Skip Navigation Links
@ HOME
@ JOBS
@ EDUCATION
@ BUSINESS
@ REAL ESTATE
@ POCKET BOOK Expand @ POCKET BOOK
@ ABOUT US
Skip Navigation Links
:: INTERVIEW ::
:: BIOGRAPHY ::

 
วิถีสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ SME
INTERVIEW
คุณ เสริมชัย กิตติรัตนไพบูลย์
“ยอดนักธุรกิจของเชียงราย”
รู้จักธุรกิจตั้งแต่เริ่มวิ่งได้
            ผมมีพี่น้อง 6 คน ผมเป็นคนที่ 3 คุณพ่อคุณแม่ก็คนค้าขายทั่วไปเหมือนคนจีนสมัยก่อน(เสื่อผืนหมอนใบ) ผมโชคดีที่มีธนาคารกรุงเทพพาณิชยการมาเปิดที่ข้างบ้านผม ผมได้ไปวิ่งเล่นในธนาคารอยู่บ่อย ๆ ผมรู้จักคำว่า Draft รู้ว่าตั๋วแลกเงินมันคืออะไร ตั้งแต่ผมอายุประมาณ 10 ขวบ และทำให้ผมได้เรียนรู้กลไกของธุรกิจว่าการทำธุรกิจจะต้องพึ่งพาธนาคาร การได้เข้าไปวิ่งเล่นในธนาคารตั้งแต่เด็กทำให้ผมมีความคิดดีกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน
เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
          พี่ชายผมเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ผมจบ มัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ อำเภอพาน ก็ถูกบังคับว่าต้องไปเรียนก่อสร้าง แล้วก็ไปสอบเข้าที่กรุงเทพ เรียนที่วิทยาลัยเทคนิค สาขาก่อสร้างก็ได้วุฒิ ปวช. พอจบมาผมก็มาช่วยที่บ้านทำงาน พอทำได้สักพักหนึ่งธุรกิจการทำก่อสร้างก็เริ่มแย่ ก็เลยเปลี่ยนมาทำปั้มน้ำมัน ผมรู้จักคำว่าธุรกิจเฟรนชายตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว ตอนนั้นอายุประมาณ 23 ปี แล้วก็มาเป็นผู้จัดการปั้มน้ำมัน
ขยายประสบการณ์ธุรกิจ
           จากนั้นอีกประมาณ 5-8 ปี ผมได้พบกับแฟนแล้วแต่งงาน ซึ่งฐานะทางบ้านของภรรยา เป็นคนมีฐานะ คุณพ่อของภรรยาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดพะเยา ชีวิตหลังแต่งงานทำให้ผมต้องเข้าไปมีส่วนกับการทำธุรกิจยาสูบ ทำให้ผมรู้จักเกษตรกร รู้จักวิถีชีวิตของคนมากขึ้น การทำยาสูบถือว่าเป็นงานหนักและต้องคลุกคลีอยู่กับชาวบ้าน ยาสูบเป็นธุรกิจแบบโมโนโบรี รัฐบาลเป็นผูกขาดในเรื่องการผลิต ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้การทำธุรกิจแบบโมโนโบรี ประกอบกับผมได้มีโอกาสพบและได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคุณณรงค์ วงษ์วรรณ ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อตาผม ซึ่งผมถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของผมมากที่ได้เรียนรู้วิธีคิดอยู่ตลอดเวลา ติดขัดอยู่ที่ยังหาช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่ได้
ทำธุรกิจของตนเอง
          พอทำธุรกิจยาสูบไปได้สักระยะหนึ่งก็เริ่มอ่อนแอลงไปเพราะมีการรณรงค์เรื่องการสูบบุหรี่ แล้วก็ระบบการค้าเสรีมันเริ่มเกิดขึ้นมา ผมก็เลยหันกลับมาเปิดธุรกิจปั้มน้ำมันด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครอบครัวที่บ้านก็ได้เปิดสาขาประมาณ 7 แห่ง ซึ่งก็ได้กำไรไม่ค่อยมากแต่ก็ทำได้เรื่อย ๆ ตอนนั้นอายุได้ประมาณ 35-36 ปี ที่กลับมาทำปั้มเพราะเห็นว่าถนนเส้นเชียงราย-เชียงใหม่ มันเริ่มมีอนาคตขึ้นมาแล้ว ตอนนั้นปั้มชื่อว่าเชียงรายกิตติรัตน์ วันนี้เราเคยพัฒนาปั้มจากเคยได้ 2 แสนลิตร แต่ปัจจุบันได้ประมาณ 4 แสนลิตร และแล้วอีกไม่กี่วันในเดือนเมษายนนี้ ก็จะเอา เซเว้นอีเลฟเว้นมาตั้งอีก ก็คงหนีไม่พ้นระบบ เฟรนชายในอนาคตนี้
ธุรกิจโรงแรมขุนยม

          พอผมได้มีโอกาสมาทำปั้มที่เชียงราย พ่อตาผมจึงมาเปิดโรงแรมที่เชียงรายด้วย ซึ่งโรงแรมนี้ทำด้วยไม้สักทั้งหลังเพราะเรามองเห็นถึงการอนุรักษ์ไม้สักให้มีค่า มีความหมายขึ้น และมีความเป็นไทย โรงแรมชื่อว่าโรงแรมขุนยม เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ชนาดกลาง ทำให้อยู่สบาย ๆ แบบเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีอะไรมากเป็นพิเศษ แต่ว่ายังคงเรื่องของความเป็นไทย อนุรักษ์ความเป็นไทย มีทั้งหมด 40 ห้อง ราคาห้องพักมี 700 -1000 บาท ผู้ที่เข้ามาพักส่วนใหญ่ก็จะมีฝรั่งกับไทย 50/50 และเป็นโรงแรมที่ทำด้วยไม้สักแห่งเดียวในเชียงราย

รับตำแหน่งประธานหอการค้า

          หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสไปสมัครสมาชิกหอการค้า และก็ได้เป็นกรรมการได้ 2 สมัย (สมัยละ2 ปี) หลังจากนั้นก็ได้เลือกเป็นประธานหอการค้าเมื่อปี 2544 เป็นได้ 2 สมัย 2544-2548 ผมเข้ามาเป็นประธานหอการค้าเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2544

สานฝัน การเรียนต่อ

          ช่วงที่ผมเป็นประธานหอการค้า ผมได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเกริก จบ 2 ปีครึ่งเมื่อ พ.ศ. 2546 เกรดเฉลี่ยประมาณ 3 กว่า แล้วก็ไปเรียนปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในสาขารัฐศาสตร์การเมืองการปกครองที่รังสิต รุ่นที่ 13 ได้เกรด 3.45 ช่วงเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผมอยู่ในวัยผู้ใหญ่ มีความคิดมากมาย ผมทำวิจัยเรื่องผลกระทบเขตการค้าเสรี ไทย-จีน-ยูนาน

วิทยากรบรรยาย-อาจารย์
          ผมจบปริญญาโทมา ตอนนั้นก็ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าอยู่ ช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าก็มีโอกาสมากเพราะสมองมันเริ่มเติมเต็ม เริ่มเรียนหนังสือได้อ่านหนังสือ การพูดการจากมันรู้สึกมันเรียงลำดับเรื่องราวได้ดีขึ้น ไปเห็นคนที่รู้มากขึ้น ก็ไปเป็นวิทยากรบรรยายไปเรื่อย ๆ วปอ.มา จังหวัดก็จะส่งผมไปบรรยายทุกครั้งเรื่องเศรษฐกิจเชียงราย แม้แต่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ชวนผมไปสอน คนก็รู้จักผมมากขึ้น และราชภัฏก็ได้ให้ผมไปสอนทั้ง ปริญญาตรี และ ปริญญาโท หลักสูตร MBA ผมสอนเรื่องการจัดการการค้าระหว่างประเทศฝึกฝนภาษาอังกฤษ ด้วยตนเอง 
         ผมเป็นคนที่สนใจภาษาอังกฤษ ขณะที่นั่งรถเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ ผมจะสังเกตป้ายโฆษณา หรือป้ายประกาศต่าง ๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วผมจะดูว่ามันแปลว่าอย่างไร หากไม่รู้ผมก็จะกลับมาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เมื่อพบกับฝรั่งผมก็จะติดต่อสื่อสารกับเขา ผมไม่กลัวฝรั่ง ไม่กลัวภาษาอังกฤษ จึงทำให้ผมใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี
วิกฤติธุรกิจ ของชีวิต
          ในชีวิตประสบอุปสรรคที่ถือว่าวิกฤติที่สุดในเรื่องของธุรกิจ ก็คือ ปี 2540 ธนาคารกรุงเทพพาณีชยการล้มตั้งแต่ปี 2538-2539 ตอนนั้นธนาคารปิด ผมก็ไม่มีเงินไปหมุนเวียน 
          ผมแก้วิกฤติโดย ต้องใจเย็น สงบจิตสงบใจ และผมก็ได้เปิดบัญชีไว้ 2 ธนาคารเพราะถ้าเกิดมีปัญหากับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง เราก็ยังมีเหลืออีกธนาคารหนึ่งอันนี้เป็นวิธีแก้ คือ มี 2 ธนาคาร แล้วก็แก้โดยการลดเวลา ลดจำนวนพนักงาน ประหยัด
คำแนะนำสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการทำธุรกิจที่เชียงราย
 คนเชียงรายมีการค้าอยู่ 4 ด้าน คือ
  1. ด้านเกษตรกรรม มีข้าว ลำไย ปลา ผมไม้เมืองหนาว
  2. ด้านการท่องเที่ยว
  3. การค้าธุรกิจทั่วไป
  4. การค้าชายแดน
          ที่นี้ก็ขึ้นอยู่ว่าบุคคลนั้นถนัดธุรกิจใดและจะทำธุรกิจด้านใด สำหรับผมขณะนี้ธุรกิจหลักของผมที่เชียงรายคือ ปั้มน้ำมัน และโรงแรม
มีข้อเสนอแนะสำหรับนักธุรกิจ SME ใหม่
  1. ต้องมีความรู้ ใจรัก ศึกษาหาความรู้ มีความถนัด เข้าใจในเรื่องที่ทำ
  2. ต้องบริหารการเงินให้เป็น อย่าใช้ธนาคารเดียว
  3. ต้องมี Service (การบริการ)
ขยายธุรกิจเราระหว่างไทยกับจีนให้ดีมากขึ้น
          การขยายในเรื่องของธุรกิจนั้นคือว่าเราต้องรู้เขารู้เรา ในเรื่องภาษาจีนเป็นภาษาที่สำคัญมาก ต้องเข้าใจว่าจีนเขามีชีวิตอย่างไร
จะทำอย่างไรให้ธุรกิจเชียงรายดีขึ้น
          เปิดโอกาสให้คนเชียงรายมีการศึกษา มีวิธีคิดที่ดี ให้มีความสามารถด้านภาษาและการเมืองต้องนิ่งรวมทั้งแบงค์กิ้ง เรื่อง LC ต้องดีด้วย
กลับหน้าหลัก
Last Update : 20 / 5 / 2008
Copyright 2000-2008 by Businesswise Co., Ltd.
www.bwth.com / www.job-ed.com