Skip Navigation Links
@ HOME
@ JOBS
@ EDUCATION
@ BUSINESS
@ REAL ESTATE
@ POCKET BOOK Expand @ POCKET BOOK
@ ABOUT US
Skip Navigation Links
:: INTERVIEW ::
:: BIOGRAPHY ::


HyperLink  
วิถีสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ SME
INTERVIEW
คุณ ตระการ พันธุมเลิศรุจี
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ตลันต์ จำกัด
“วันนี้ของตระการ พันธุมเลิศรุจี”
เส้นทางชีวิตที่ผกผันจากธุรกิจบันเทิงสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
     วันนี้ของชายวัยเพียง 37 ปี จากที่เคยเป็นนักแสดง ที่โลดแล่นอยู่ในยุทธจักรแห่งมายา จนมาถึงการเปิดธุรกิจทางด้านบันเทิง และกว่าจะมาเป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทำได้อย่างไร ? เจาะลึกเส้นทางสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของผู้ชายคนนี้ ตระการ พันทุมเลิศรุจี
จุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงาน
  • ชีวิตของการทำงานเริ่มต้นตรงที่เป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในสาขาการแสดง กิจกรรมในการเรียนจะเป็นการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแสดงละครเวที จัดงานต่าง ๆ ทั้งงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งกระบวนการเรียนเหล่านี้เป็นพื้นฐานให้ดำเนินชีวิตในเส้นทางสายบันเทิง หลังจากที่สำเร็จการศึกษาจึงยึดอาชีพทางด้านบันเทิง เล่นละครเวที เล่นละครโทรทัศน์ และเป็นพิธีกร คิดว่าการเป็นนักแสดง เป็นอาชีพที่อิสระ ถ้าจะเรียกว่า อาชีพรับจ้างก็ว่าได้ “รับจ้างเล่นละคร รับจ้างเป็นพิธีกร”
  • การทำงานในวงการบันเทิง ไม่ได้มีการทำสัญญากับองค์กรใด เพราะไม่ต้องการเป็นลูกน้องใคร เป็นลูกน้องตนเองเป็นดีที่สุด ทำงานอยู่ประมาณ 4-5 ปี ก็เริ่มมีสิ่งที่เป็นเหตุการณ์สะท้อนที่ทำให้ฉุกคิดว่าอาชีพนักแสดงยังมีความมั่นคงน้อย น่าจะหาอาชีพที่มีความมั่นคงกว่านี้ ในวันหนึ่งได้มีน้องนักแสดงคนหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุ ทำให้คิดได้ว่าหากเป็นเราประสบอุบัติเหตุ ใบหน้าเป็นริ้วรอย แขนขาหักจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้แล้วจะทำอย่างไร อาชีพอะไรที่จะมีความมั่นคง “พูดไม่ได้ มองไม่เห็นแต่สามารถเซ็นเช็คได้” สามารถทำงานอย่างอื่นได้ นับจากวันนั้นผ่านมาประมาณ 10 ปี ยังยึดอาชีพการแสดงอยู่ด้วยตนเองคนเดียว ไม่มีผู้จัดการส่วนตัว และต้องขอขอบคุณพี่ ๆ ที่ทำให้เห็นประสบการณ์ต่าง ๆ จากผู้อื่น จนเริ่มผันตนเองมาประกอบธุรกิจ ธุรกิจที่ไม่ห่างจากอาชีพที่คุ้นเคย คือธุรกิจบันเทิง
ก้าวแรก...แห่งธุรกิจบันเทิง
  • จุดเริ่มต้นการตั้งบริษัทแรกเป็นการร่วมทุนกับเพื่อน ในนามบริษัท คราฟเวริ์ค เป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับ การกำหนดภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ หัวกระดาษ สีสัน ประชาสัมพันธ์องค์กรให้กับบริษัทที่มีความประสงค์ ดำเนินธุรกิจประมาณ 2 ปี ธุรกิจดำเนินได้ไม่ค่อยดีจึงแยกย้ายกัน หลังจากนั้น ก็เริ่มธุรกิจที่มีความคล้ายคลึงกับธุรกิจเดิม แต่ขอบเขตของงานกว้างกว่า ชื่อบริษัท ตลันต์ จำกัด เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ประกอบด้วยหุ้นส่วน 4 คน และทีมงาน 1 คน ผลิตรายการเป็นการนำหน่วยงานบริษัทหรือสินค้า ให้มาอยู่ในรูปแบบของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ในลักษณะละคร สารคดีสั้น ในด้านการบริหารงาน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก วิธีการบริหารจัดการต้องมีความชัดเจนมากขึ้น เวลาความเป็นส่วนตัวน้อยลง ความมีระเบียบมากขึ้น เปรียบเสมือนลักษณะของการดูแลพนักงานภายในบริษัทให้เป็นครอบครัว โดยมีผมเป็นผู้นำครอบครัว ดูแลเรื่องการกิน-อยู่ สารทุกข์-สุกดิบ ของพนักงานเสมอ
  • ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ มีกันอยู่ 5 คน การดำเนินธุรกิจย่อมมีปัญหามากมายรุมเร้าเป็นปกติ การไม่เข้าใจกันในบางเรื่องส่งผลให้ต้องแยกย้ายกันไปเหลือผมคนเดียว ในส่วนของพนักงานยังคงจำนวนเท่าเดิม เพียงแต่หมุนเวียนสับเปลี่ยนบุคคลเท่านั้น มีพนักงานไม่เกิน 10 คน เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขณะนี้เราดำเนินธุรกิจมาประมาณ 5-6 ปี ขอบเขตของการทำงาน คือ
  1. ผลิตรายการโทรทัศน์
  2. จัดการส่งเสริมการตลาดให้ลูกค้า
  3. ตัวแทนการซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้า
  4. สร้างตราสินค้าให้บริษัทที่มีความประสงค์
หัวใจของการบริหารงาน
  • บริษัท ตลันต์ จำกัด ในปัจจุบัน หากจะเปรียบก็เสมือนเด็กที่กำลังหัดเดิน จากเด็กที่คลานก็เริ่มตั้งไข่แล้วเดิน แต่ยังไม่สามารถวิ่งได้เร็ว แต่เราสามารถเดินได้หลากหลายสภาวะที่แตกต่างกัน เพราะเราได้ผ่านหลากหลายช่วงสถานการณ์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจตกต่ำ เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่เราก็สามารถประคองมาได้ด้วยดี
  • หลักการบริหารจะบริหารการทำงานในแนวทางของ “ครอบครัว” เราสามารถพูดคุย ชี้แจงข้อมูลได้โดยไม่มีการปกปิด เป็นการบริหารจัดการแบบเปิดเผย ทั้งผู้ถือหุ้น ผู้บริหาร พนักงาน มีการรับรู้ร่วมกันมีส่วนร่วมกันทั้งหมด ทำให้ระดับของการบริหารงานมีไม่มาก มีเพียง 2 ขั้น คือ จากผู้บริหารลงมาถึงผู้ปฏิบัติงาน
ตัวตนที่ปรากฏ - ตัวตนที่เป็น
ลูกน้อง คิดว่าผมเป็นอย่างไร ?
  • “เชื่องช้า ใจเย็น ไม่ค่อยผลีผลามเท่าไร” บริหารงานแบบคิดในเชิงบวก ไม่ใช่นักธุรกิจที่มุ่งเน้นการแสวงหากำไรเป็นหลัก หรือต้องได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ต้องการเพียงให้ธุรกิจขยายขอบเขตออกไปให้ได้มากขึ้น จะเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียงก็ไม่เชิง
  • เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังไม่แข็งแกร่งพอ ศักยภาพในการที่จะเป็นที่น่าเชื่อถือของผู้อื่นยังน้อย เป็นการเริ่มต้นธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เชิงเป็นเศรษฐกิจพอเพียง เพียงแต่ค่อย ๆ ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ลูกค้า คิดว่าผมเป็นอย่างไร ?
  • ในมุมของธุรกิจวงการสื่อ เป็นคนละเอียดลออ ช่วยคิด ช่วยสร้างสรรค์ ช่วยสังเกตุ ควบคุมดูแลการทำงานได้ดี แต่หากในมุมของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หรือธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยังเป็นธุรกิจที่ใหม่ จึงทำให้มีประสบการณ์ในการทำงานน้อย
ผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิต คิดว่าผมเป็นอย่างไร ?
  • นโยบายของบริษัทที่ให้กับพนักงานภายในบริษัท คือ ความรับผิดชอบต่อทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ตัวเรา ผู้ร่วมงาน บริษัทผู้ค้า ต้องมีความรับผิดชอบในทุกขั้นตอนกระบวนการ หากตกปากรับคำจะต้องรักษาคำมั่นสัญญา ต้องทำงานอย่างรัดกุม รอบคอบ ทำได้หรือไม่ได้อย่างไรต้องบอกกล่าว ในการผลิตงานสร้างสรรค์ชิ้นงานออกมา ต้องรักษาความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นในคุณภาพของงานไว้ให้ดี ต้องทำชิ้นงานให้มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลให้มากที่สุด
ธุรกิจใหม่...รับเหมาก่อสร้าง
  • ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานในบริษัทตลันต์ จึงหันมาเปิดธุรกิจใหม่ในชื่อว่า TSE Housing ในปี 2546 เป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผมเชื่อในเรื่องของ “โอกาส” ทุกคนมีโอกาสไม่เท่าเทียมกัน เมื่อเรามีโอกาสในการกระทำการใด ๆ เราก็ควรจะทำ โอกาสในการประกอบธุรกิจอื่นๆ ไม่ได้มีตลอดเวลา เมื่อเรามีโอกาสมากกว่าผู้อื่น เราจึงควรฉกฉวยโอกาสนั้นไว้ ส่วนการจะทำได้ดีหรือประสบความสำเร็จหรือไม่ สิ่งนั้นเราต้องมาวิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้ง เราจะทำได้หรือไม่? ดีหรือไม่ดี? มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เมื่อเรามองแล้วว่าธุรกิจมีความเป็นไปได้สูง จึงเลือกทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
  • ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างชัดเจน หลักการในการทำธุรกิจตัวนี้ คือ “ทำอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับปัจจัย 4 ซึ่ง 1 ในปัจจัย 4 ก็คือ ที่อยู่อาศัย” การทำธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ต้องกระทำจริง จึงย่อมมีผลกระทบเกิดขึ้นเสมอ หากเศรษฐกิจในภาพรวมดี ธุรกิจจะดำเนินการได้ดีด้วย เศรษฐกิจตกต่ำลง ธุรกิจก็จะตกต่ำลงตาม ฉะนั้น กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจการรับเหมาก่อสร้าง จึงต้องคำนึงถึงสภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกเป็นอย่างมาก
ข้อเสนอแนะสำหรับการทำธุรกิจ SME
  • การดำเนินธุรกิจเป็นของตนเองไม่ว่าจะเป็นสาขาใด แนวทางที่จะช่วยให้การทำงานของเราประสบความสำเร็จได้ มี 2 ส่วน คือ
  • ส่วนที่หนึ่ง ผู้ประกอบการในธุรกิจ SME รายใหม่ จะต้องมีความชำนาญการมากพอสมควร ซึ่งอาจจะมีความรู้ทางด้านทฤษฏีเป็นอย่างดี หรือมีประสบการณ์ในด้านนั้น ๆ ถ้าจะให้ดีที่สุด ควรมีทั้ง 2 อย่างรวมกัน
  • ส่วนที่สอง การบริหารจัดการ ในการบริหารมีส่วนประกอบมากมาย เช่น การบริหารเงิน การบริหารบุคคล วัตถุ วัสดุ จะต้องมีผู้ที่มีความชำนาญการคอยควบคุมดูแล เพราะการที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จจะต้องขึ้นอยู่กับหลายภาคส่วน ร่วมแรงร่วมใจในการทำธุรกิจ ซึ่งจะต้องรักษาคุณภาพไว้อย่างดีในต้นทุนที่ต่ำที่สุด
  • ในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ เป็นช่วงที่เศรษฐกิจทรุดตัวลง แต่ไม่ใช่การทรุดตัวแบบทิ้งดิ่ง เนื่องจากช่วงวิกฤตฟองสบู่แตก เมื่อปี 2540 ซึ่งผ่านมาไม่นาน การกระทำการในธุรกิจใด ๆ จึงมีความชัดเจนได้ยากเนื่องจากภาวะผกผัน อีกทั้งปัจจัยหนุนเสริมที่ทำให้ภาคธุรกิจขาดความชัดเจน อีกปัจจัยหนึ่ง คือ สถานการณ์ทางการเมือง ผู้นำของประเทศยังขาดความชัดเจนทางด้านเศรษฐกิจ ประชาธิปไตยยังดำเนินไปอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ จึงส่งผลเช่นปัจจุบัน
  • ผู้ประกอบธุรกิจ SME หรือธุรกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง สิ่งแรกที่ทุก ๆ คน ที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจพึงมี คือ ความรับผิดชอบ ทั้งความรับผิดชอบต่อตนเอง รับผิดชอบต่อองค์กร รับผิดชอบต่อสังคม แต่สิ่งที่จะต้องรับผิดชอบสิ่งแรก คือ รับผิดชอบตนเองให้ดี และความรับผิดชอบด้านอื่น ๆ จะกระทำได้ไม่ยาก ฉะนั้นให้ทุก ๆ ท่าน ยึดแนวทางการรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น เป็นหลักในการประกอบธุรกิจ
Last Update : 31 / 1 / 2008
กลับหน้าหลัก
Copyright 2000-2008 by Businesswise Co., Ltd.
www.bwth.com / www.job-ed.com