|
วิถีสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ
SME |
 |
|
INTERVIEW |
|
คุณ วัชรนนท์ จันทรางสุวรรณ |
ประธานกรรมการบริหาร
พี พี เค ฟาร์อีสต์ จำกัด |
|
*************************************** |
|
"จากนักกิจกรรมสู่นักบริหาร " |
|
ทำงานหนัก ทำงานจริง ทำทุกสิ่งให้ดีที่สุด |
|
บ่มให้แกร่ง |
- เป็นคนกรุงเทพ ฯ โดยกำเนิด คุณพ่อเกิดที่เมืองจีนแล้วก็ เติบโตที่เมืองไทย เชื้อสายจีน
แต่สัญชาติไทย มีพี่น้อง 6 คน เป็นคนที่ 3 ตั้งแต่ได้มีโอกาสทำงานช่วยคุณพ่อคุณแม่
เหมือนติดตามท่านมาโดยตลอด คุณพ่อคุณแม่ค้าขายอาหาร ซึ่งอาหารที่ขายคือก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น
ดังมาก ในอดีตไม่ใช่คนที่ร่ำรวย เรียนด้วยทำงานด้วย ฉายแววลักษณะการเป็นผู้นำตั้งแต่อยู่ชั้นประถม
ตัวเล็กที่สุดในห้องแต่เป็นหัวหน้าชั้นเรียน ประธานนักเรียน หัวหน้าลูกเสือ หลังจากจบชั้นประถมนั้นก็มาเรียนต่อมัธยมที่โรงเรียนปทุมคงคา
มศ.1 – มศ. 5 ระหว่างเรียนมี 2 ผลัด เช้า-บ่าย เรียน ผลัดบ่าย บ้านขายอาหารในช่วงเย็นตั้งแต่
5 โมงเย็น ถึง ตี 3 เวลาเช้าก็ช่วยจัดอะไรนิดหน่อย 10 โมงก็ไปเรียนหนังสือ กลับมา 6
โมงเย็น ก็มาช่วยงานต่อ เสร็จก็ประมาณ 2 ทุ่มทำการบ้าน 4 ทุ่มก็ลงไปนอน ประมาณเที่ยงคืนแม่จะมาปลุกให้ช่วยไปขายของ
ถึงตี 3 เป็นอย่างนี้ทั้งเรียนด้วยทำงานด้วย ณ วันนั้นถึงวันนี้ผมคิดว่าผมประสบความสำเร็จมากที่สุดเพราะว่าพ่อแม่ปลูกฝังเรื่องความอดทน
ความพยายาม และมีความซื่อสัตย์
|
|
ความภูมิใจวัยเรียน |
- หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนปทุมคงคาก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สาขาวิชาเครื่องกล
ระหว่างเรียนก็ทำกิจกรรมทุกอย่างด้านค่ายสังคม ด้านวิชาการบ้าง เทอมแรกได้เกรด 1.63
แต่พอปี 2 เกรดขึ้นมาเป็น 2 เศษ ๆ แต่พอเข้าปี 3 คนที่ได้เกียรตินิยม แต่ละเกรดวิชาหลักสู้ผมไม่ได้
สาขาวิชาเครื่องกลจะมีวิชาหลักอยู่ 8 วิชา ผมได้ A จำนวน 4 วิชา B+ จำนวน 2 วิชา B
จำนวน 2 วิชา ในวิชาหลัก 8 วิชา ผมเป็นที่ 1 ของรุ่น พอชั้นปีที่ 4 ผมมีโอกาสได้เป็นประธานนิสิตสาขาเครื่องกล
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2526 ผมได้รับคัดเลือกเป็นนิสิตผู้มีความประพฤติดีจากมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ได้รับโล่ห์จากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ ผมภูมิใจและปีติมาก
- ในระหว่างชั้นปีที่ 3 ทางบริษัทสยามกลการ ให้ทุนมา 5 ทุน ไม่มีใครยอมรับทุนเพราะมีข้อผูกมัดว่าถ้าจะจบจากสถาบันแล้วต้องไปทำงานอย่างน้อย
1 ปี คณะส่งรายชื่อไป 10 คน ให้ทางบริษัทสยาม ซึ่งใน 10 คน มีผมเป็นคนเกรดน้อยที่สุด
แต่เป็นคนที่สยามกลการเลือกเป็นคนแรก เพราะจากการพูดคุย และจากการที่เราเป็นนักกิจกรรม
ในคราวที่กรุงเทพฯฉลองครบ 200 ปีเมื่อปี 2525 ผมเป็นแม่งานของวิศวกรรมเครื่องกล ในการจัดเตรียมเรื่องต่าง
ๆ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ
|
|
สร้างสมประสบการณ์
|
- หลังจากที่เข้าไปในสยามกลการ เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2526 โดยได้เงินเดือน 4,500 บาท
โดยในครั้งนั้นทางสยามกลการอยากจะได้ทีมงานวิศวกรประมาณ 30 ตำแหน่ง กระจายไปทุกสาขาของสยามกลการ
ดังนั้นผมจึงถูกฝึกเป็นเทรนนิ่ง ประมาณ 1 ปี โดยในระยะ 9 เดือนแรก กระจายไปทั่ว และอีก
3 เดือนหลัง เราจะได้ไปเป็นพนักงานประจำ ผมก็มีโอกาสได้ไปศึกษาทุกอย่าง เช่น โรงงานประกอบรถยนต์
ใน Supplier หลาย ๆ แห่ง เป็นตำแหน่งผู้จัดการฝึกหัด (Management Trainee) หลังจากนั้นได้บรรจุเป็นพนักงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ในเรื่องของการเตรียมชิ้นส่วนรถยนต์
ปี 2527 ได้ออกแบบและพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศ เพื่อลดต้นทุนของรถยนต์อัลฟาโรมิโอทำให้กับบริษัทสยามกลการ
ผมจะดูในเรื่อง (Logo Content) ถ้าเป็นพวกแบบ (Drawing) หาซัพพลายเออร์ มันไม่ยาก แต่ผมเองมาดูแลในส่วนของแอดโมดิฟาย
เป็นนักคิดเป็นเรื่องของการส่งเสริมการตลาด ความเหมาะสมกับรถในเมืองไทย ความสวยงาม
ออกแบบใหม่ทั้งหมด
|
|
ท่องยุทธภพหาประสบการณ์ |
- ทำงานอยู่ที่สยามกลการได้ประมาณ 4 ปี จึงย้ายมาที่บริษัท เอส วาย เค สแพพาร์ทอินดัส
เทรียล จำกัด เริ่มทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการโรงงาน อัตราเงินเดือน 10,000 บาท
ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็ก พนักงานประมาณ 50 – 60 คน โรงงานนี้เพิ่งย้ายมาตั้งไม่นาน และใช้เวลาเพียง
2 ปี ในการเพิ่มตลาด เพิ่มปริมาณการผลิต พนักงานจาก 50-60 คนเพิ่มเป็น 200-350 คน และยอดขายจาก
500,000 บาท เพิ่มมาเป็น 20 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากการบริหารในปี 2529-2530 และในปี
2530 ได้เป็นบริษัทส่งออกดีเด่น เพราะได้รับการติดต่อและสั่งซื้อจากประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นชิ้นส่วนที่อยู่ในโมบายโฮม รถบัสเคลื่อนที่
|
|
ผู้บริหารมือใหม่...แต่เจ๋ง |
- เมื่อทำงานอยู่ที่บริษัท SYK ประมาณ 4-5 ปี มีโอกาสได้พบภรรยาซึ่งเป็นน้องสาวของประธานบริษัท
จากนั้นมาเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และได้อยู่ร่วมบริหารตอนยุคเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540
โดยปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พยายามรักษาสภาพองค์กรให้ดำเนินธุรกิจต่อไป
และรักษาทรัพยากรบุคคล โดยมิได้มีการปลดพนักงานออกแม้แต่คนเดียว ลักษณะของการบริหารงานจะไม่เป็นแบบเผด็จการ
เป็นการทำให้ผู้ช่วยของเราได้เรียนรู้ด้วย บางครั้งในการทำงานอาจมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ต้องใช้ระดมหาวิธีการต่อไป
ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใช้คำตอบที่มีอยู่เข้าตรงกันก็ไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าไม่ตรงกันต้องคุยกัน
ประสานกัน ขณะนั้นบริษัททำงาน 6 วัน ผู้บริหารเหลือ 5 วัน 4 วันและ 3 วัน เงินเดือนของผู้บริหารลดลง
40 % ในระดับพนักงานลดลง ประมาณ 10 – 12 %
|
|
ชีวิตเถ้าแก่แบบเบ็ดเสร็จ |
- เมื่อเปิดธุรกิจเป็นของตนเอง โดยในช่วงแรกของการทำงานจะเป็นสิ่งที่ลำบากมาก ต้องเหนื่อยเป็น
2 เท่า รถที่ใช้ประจำต้องนำมาใช้ในการทำงานระยะทางที่ใช้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตร
เนื่องจากซัพพลายเออร์บางรายอยู่ในต่างจังหวัด เช่นจังหวัดเลย จังหวัดชลบุรี ทำงานด้วยตนเอง
เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่พนักงาน และการที่ทำทุกอย่างได้ด้วยตนเองก็จะสามารถแก้ปัญหาต่าง
ๆ ได้ แต่ในขณะนั้นยังไม่มีโรงงานเป็นของตนเอง ทำเองทุกอย่าง ปราศจากลูกน้องเรียกได้ว่า
วันแมนโชว์ ในด้านของการตลาด ได้เพื่อนที่มาช่วยคือบริษัทโมเดิลเอ็กซ์โซเชียลโดยคุณสุวัฒน์
ตอนนั้นมีเงินทุนประมาณ 1 ล้านบาท จะนำมาทำโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่พอ คุณสุวัฒน์จึงช่วยในเรื่องเงินทุนบางส่วน
เพื่อมาทำการเริ่มต้นตั้งโรงงานเป็นโรงงานประกอบอุปกรณ์อย่างเดียว เป็นอาคารพานิชย์
2 คูหา แต่จัดให้สวยงาม ซึ่งบริษัทอีซูซุ จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาดูงานจะให้เราทำงานให้ซึ่งทางอีซูซุ
ยอมรับในเรื่องของอาคารทำการได้ เพราะเรามีการทำงานที่เป็นระบบมีกระบวนการ
|
|
การผลิตของธุรกิจ |
- การบริหารจัดการทางบริษัทจะให้ความใส่ใจใน 2 เรื่องคือ การตลาดและนวัตกรรม เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องใส่ใจมาก
เพราะทั้ง 2 เรื่องไม่มีการหยุดนิ่ง ระบบบัญชีทำการตรวจสอบให้เสร็จสิ้น หากวันใดผลิตภัณฑ์ของคุณไม่มีความดึงดูดใจ
การตลาดไม่พัฒนาบริษัทก็อยู่ไม่ได้ ยอดขายในช่วงแรกประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน ปัจจุบัน
12 ล้านบาทต่อเดือน ขณะนี้ตกลงมา 7 ล้านบาท รายได้สูงสุดคือ 12 ล้านบาทต่อเดือน พนักงานจาก
15 คนเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน กำลังการผลิต 50,000 ชิ้นต่อปี เป็นสินค้าขายในประเทศ 90
% อีก 10% ส่งประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันมีสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 2 ตัว คือ ระบบกุญแจคล้องบ้านและผ้ารองเบาะรถ
บริษัท D-Plus Lock มีการแข่งขันสูงในตลาด Red Ocean จึงใช้กลยุทธ์สมัยใหม่เข้ามาช่วย
ใช้เวลาในการค้นหากลยุทธ์ประมาณ 1 ปี เพื่อให้เข้าตลาด Blue Ocean ซึ่งเป็นจุดผกผันอย่างหนึ่งเพราะคู่แข่งน้อย
การคิดนอกกรอบ ไม่ใช้อำนาจ อาศัยรายเดิม ทีมงานเดิม
|
|
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ |
- ในมุมมองของผู้ผลิตอุปกรณ์ป้องกันโจรกรรม การป้องกันโจรกรรมผู้ที่ทำการการโจรกรรมหรือขโมยเองเขาก็สามารถที่จะศึกษาวิธีการโจรกรรมได้
เมื่อเขาศึกษาวิธีการได้เราเองเป็นผู้ผลิตคิดค้นก็ต้องคิดวิธีการใหม่ ๆ เหมือนกับการออกข้อสอบใหม่ให้โจรตลอดเวลา
เปรียบเหมือนตอนสมัยที่เรียนหนังสือ ต้องหาข้อสอบเก่ามาอ่าน...โจรก็เหมือนกัน อุปกรณ์กันขโมยทั้งหลายที่มีอยู่ในตลาดถ้าไม่มีการปรับปรุงพัฒนาหรือไม่ออกข้อสอบใหม่ออกมาในวันใดวันหนึ่งสินค้าพวกนี้อาจจะเหมือนกับเศษเหล็กหรือสายไฟที่ติดประดับเอาไว้ในรถยนต์แค่นั้นไม่ปลอดภัย
ทำให้ตรงนี้เราเองต้องมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง บางส่วนที่เกี่ยวกับวัสดุพวกโลหะวิทยา
ตรงนี้ต้องชุบแข็งหรือตรงนี้ชุบแข็งไม่ได้เพราะโจรตีแล้วเปราะหักหมดอาจต้องชุบแข็งที่ผิว
หรือตรงนี้ไม่ชุบแข็งได้ไหม หรือชุบเฉพาะส่วนนี้เพราะชุบแล้วมันเชื่อมไม่ติดอะไรแบบนี้
เราทำการวิจัยหมด ดังนั้นผลิตภัณฑ์ของ D-Plus Lock เรากล้ายืนยันว่าดีที่สุด... การตลาดเราอาจจะด้อยกว่าคนอื่นเขา
แต่การวิจัยพัฒนาเรากล้ายืนยันเรื่องคุณภาพของเราดีที่สุดในตลาด..
|
|
การบริหารบุคลากร |
- โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบนั่งสมาธิ สำหรับในด้านธุรกิจพนักงานทุกคนผมถือว่าเขาคือคนในครอบครัว
และทุกคนเขาก็มีครอบครัว และจะบอกกับพนักงานทุกคนให้มีความซื่อสัตย์ มีความขยัน ความอดทนและมีคุณธรรมประจำใจ
เรามีสวัสดิการให้กับพนักงานอย่างเช่นตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และในการทำงานของตัวผมเองเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
และจะขอร้องกับพนักงานทุกคนไม่ให้ยุ่งกับอบายมุขทุกอย่าง เงินทองที่หาได้ทุกบาททุกสตางค์ขอให้เขาไปเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว
เลี้ยงดูลูกดีกว่า เพื่อสร้างครอบครัวให้แข็งแรงซึ่งได้ประโยชน์กว่ามาก วันนี้เราทำงานเพื่ออะไร..?
ถ้าไม่ใช่อนาคตของคนที่อยู่ข้างหลังคือลูกเรา เมื่อทุกคนอยู่ในกรอบของศีลธรรมความคิด
คนที่จะลาออกจากงานเพื่อเปลี่ยนงานใหม่ก็ไม่มี การทุจริตต่อบริษัทก็ไม่มี และผมย้ำเสมอกับพนักงานฝ่ายขายและถามเขาว่าที่นี่ให้มากกว่าที่อื่นไหม..?
เขาบอกให้มากกว่า ที่อื่นเขาให้ค่าคอมมิชชั่นแค่ประมาณไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์แต่ของที่นี่เราให้
2 เปอร์เซ็นต์ดีกว่าด้วย ถือว่าสูงซึ่งเขาบอกเขาภูมิใจ และเมื่อทุกคนอยู่ได้อย่างอิ่มท้องและสุขสบายเขาก็ไม่คิดจะไปที่อื่น
และเป็นการสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง หลักการบริหารคือต้องมีทั้งทางด้าน จริยธรรม คุณธรรม
และศีลธรรม ต้องมีตลอดถึงจะทำองค์กรให้แข็งแรงได้ รวมถึงบุคลากรต้องดีด้วยเพราะปัจจุบันเก่งอย่างเดียวไม่พอต้องเป็นคนดีด้วย...
|
|
ข้อเสนอแนะ |
|
สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันนับว่าถอยหลัง รวมทั้งปัญหาด้านการเมืองการแก้ไขปัญหาของประเทศขณะนี้จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนภาคเศรษฐกิจต้องมองเรื่องการค้าระหว่างประเทศให้มีความมั่นคงมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่จะต้องระมัดระวังเรื่องการลงทุน
เศรษฐกิจกำลังแปรปรวน ขณะเดียวกันก็ต้องใส่ใจสังคมและประเทศชาติ ซึ่งหลักในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ
คือ |
- มีระเบียบวินัยในการทำงาน
- มีความคิดที่ดี พัฒนาสินค้า
- องค์กรพัฒนา สังคมพัฒนา ชาติพัฒนา และเป็นคุณธรรม หากปฏิบัติได้ดังนี้ ความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล
|
 |
 |
|
|
|
Last Update : 23 / 3 / 2008 |
 |