Skip Navigation Links
@ HOME
@ JOBS
@ EDUCATION
@ BUSINESS
@ REAL ESTATE
@ POCKET BOOK Expand @ POCKET BOOK
@ ABOUT US
Skip Navigation Links
:: INTERVIEW ::
:: BIOGRAPHY ::

  HyperLink
 
วิถีสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ SME
INTERVIEW
คุณวิทยา  วิรารัตน์

ประธานกรรมการบริษัท 

นายกสมาคมผู้ค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทย

กรรมการหอการค้าไทย

จากรากหญ้าสู่การค้าที่ยั่งยืน...

จากวันนั้นถึงวันนี้  จากการเริ่มต้นธุรกิจระดับรากหญ้าสู่การค้าที่ยั่งยืนและมั่นคง

                  เด็กหนุ่มชาวศรีสะเกษได้เริ่มต้นชีวิตจากการค้าระดับรากหญ้าที่เรียกกันว่าร้านโชห่วย ซึ่งเป็นร้านของน้าสาวและน้าชายที่อุบลราชธานี มีโอกาสเรียนหนังสือเพียงชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ ก็ต้องผันชีวิตเป็นเด็กธุรกิจที่ร้านโชห่วยของน้าเพื่อเสียสละความก้าวหน้าทางการศึกษาให้แก่น้องๆ อีก ๖ คน

            ประสบการณ์ในการทำธุรกิจอยู่หลายปีกับร้านของน้าชายและน้าสาว ตั้งแต่งานระดับลูกจ้าง ยกของ แบกของ ส่งของ และหาซื้อของมาเข้าร้าน ไม่มีอะไรบ่งชี้เลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้ วิทยา วิรารัตน์ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่พร้อมกับความก้าวหน้าทางธุรกิจจนเป็นที่ยอมรับของชาวศรีสะเกษและนักธุรกิจขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร

ข้อคิดที่ได้จากการทำงานในวัยรุ่น
               วิทยา วิรารัตน์ เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ทางธุรกิจอย่างยากที่จะหาคนเปรียบได้ เขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับการค้ากับน้าชายและน้าสาวหลายปี นับเป็นช่วงสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของชีวิตที่สร้างสรรค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการค้าอย่างดีที่สุด การทำงานทุกอย่างโดยไม่ถือตนว่าเป็นหลานของเจ้าของร้าน ทำให้มีความสามารถทั้งการลงมือทำงานด้วยตนเองและทั้งตรวจสอบดูแลการทำงานของลูกจ้างในร้าน ประสบการณ์สอนให้วิทยา วิรารัตน์ ไม่เพียงแต่การค้าขายที่จะได้น้ำใจจากลูกค้าเท่านั้น ยังสามารถเข้าถึงการบริหารงานบุคคลได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ตรงกับคติของคนจีนสมัยโน้นที่จะส่งลูกหลานไปเป็นลูกจ้างตามร้านต่างๆ ก่อนจะให้เข้ามาบริหารงานในร้านขนาดใหญ่ของตนเอง
การก้าวขึ้นสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว

              หลังจากทำงานอยู่กับน้าที่อุบลราชธานีหลายปี วิทยา วิรารัตน์ ก็กลับมาช่วยงานที่ร้านโชห่วยของคุณพ่อและคุณแม่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เขาได้เปลี่ยนการค้าจากร้านขายของเบ็ดเตล็ดของคุณพ่อและคุณแม่มาเป็นร้านขายหนังสือแบบเรียนและเครื่องเขียน ปรากฏว่ากิจการมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เขาและภรรยาจึงเปิดกิจการร้านค้าขนาดใหญ่เป็นอาคาร ๓ คูหา ๔ ชั้น เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและราคาประหยัดมาจำหน่ายจนเป็นที่นิยมของโรงเรียนและสถานที่ราชการต่างๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อร้านมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ก็เกิดความคิดที่จะขยายธุรกิจการค้าไปยังจังหวัดใกล้เคียงซึ่งก็ได้รับความสำเร็จอีกเช่นเดียวกัน 

เมื่อธุรกิจก้าวหน้าและมั่นคงแล้ว แทนที่เขาจะทำกิจการอย่างนั้นเรื่อยไป เขากลับมอง เห็นธุรกิจสำคัญหลายอย่างที่จะสร้างความเจริญแก่กิจการของตนยิ่งขึ้น โดยเปิดบริษัทร้านค้าประเภทต่างๆอาทิ บริษัทจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิคส์ บริษัทซ่อมอุปกรณ์สำนักงาน เช่น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องมืออิเล็กทรอนิคส์                          

กิจการต่างๆ เจริญก้าวหน้าด้วยดี วิทยา วิรารัตน์ ยังไม่หยุดยั้งเพียงเท่านั้น เขาได้เปิดบริษัท นิววิทยาเซ็นเตอร์ จำกัด ขึ้นอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ทั้งขายส่งและขายปลีก เครื่องเขียน แบบเรียน อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องเล่นออกกำลังกายของเด็กนักเรียน ฯลฯ สร้างความมั่นคงแก่ธุรกิจเดิมและบริษัทในเครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษมากยิ่งขึ้น

หัวใจหลักของชัยชนะ

            เมื่อกิจการต่างๆ ในจังหวัดศรีสะเกษมีความเจริญและมั่นคงดีแล้ว วิทยา วิรารัตน์ ผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ได้เปิดกิจการขึ้นในกรุงเทพมหานครโดยร่วมทุนกับคุณสุรัช รุ่งโรจนาลักษณ์ นักธุรกิจในกรุงเทพฯ ก่อตั้งบริษัท ทีชชิ่งทอยส์ จำกัด เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำการผลิตสื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัย ส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศ ชื่อเสียงของคุณวิทยา วิรารัตน์ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในที่สุด ได้ก่อตั้งสมาคมผู้ค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทยที่กรุงเทพฯโดยมีร้านค้าแบบเรียนเครื่องเขียนทั่วประเทศเป็นสมาชิก ทุกคนเล็งเห็นความสามารถของคุณวิทยา วิรารัตน์ จึงได้เลือกคุณวิทยา วิรารัตน์ เป็นนายกสมาคมผู้ค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทยอย่างเป็นเอกฉันท

         เพื่อความก้าวหน้าของธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้งและเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงแก่วงการการศึกษาของไทย คุณวิทยา วิรารัตน์ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยุโรป อเมริกา จีน ญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อนำสิ่งที่พบเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ วงการศึกษาไทยมาปรับปรุงและผลิตส่งขายทั่วประเทศ

         ในระหว่างที่มีการขยายงานธุรกิจออกไปเรื่อยๆ คุณวิทยา วิรารัตน์ ได้ถือโอกาสเข้าศึกษาหลักสูตรการบริการธุรกิจระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกริก และทำการศึกษาต่อระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยได้นำความรู้ที่เรียนมานี้ผสมผสานกับประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา มาปรับปรุงและใช้งานการบริหารกิจการในบริษัททุกแห่ง มีการจัดระเบียบการบริหารบุคคลอย่างเป็นล่ำเป็นสัน การจัดสายงานการค้าปลีกและค้าส่ง การบริหารงานบัญชีและการเงินตามระบบบริหารองค์การขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุ่งเน้นความซื่อสัตย์ในเรื่องการให้บริการแก่ลูกค้า ทั้งด้านคุณภาพของสินค้า ราคาสินค้า การรับประกันสินค้า การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าและการโฆษณาสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ แม้แต่บริษัทที่ก่อสร้างอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยก็สามารถดำเนินการสำเร็จและปิดโครงการได้ในเวลาอันรวดเร็ว สร้างความภูมิใจให้กับทีมงานทุกบริษัทได้อย่างดียิ่ง

การเดินกลยุทธ์ด้านการตลาด

                 บริษัทต่างๆจะเริ่มทำการตลาดที่กรุงเทพฯ ด้วยการโฆษณาสินค้าทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ รายละเอียดในการโฆษณามีเพียงสั้นๆเนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณาสูง แต่บริษัทของเรานั้นมีวิธีการต่างจากบริษัทอื่นๆ กล่าวคือ เราจะจัดทำโบรชัวร์หรือแผ่นพับบรรจุซอง จ่าหน้าซองถึงผู้อำนวยการโรงเรียนหรือหัวหน้าสถานที่ราชการโดยตรงตามยุทธวิธีที่เรียกว่า ป่าล้อมเมือง ผู้ที่ได้รับแผ่นพับจากเราจะบอกข่าวต่อๆ กันไปจนรู้กันทั่วหมู่บ้านและตำบลว่าสินค้าอะไรสามารถหาซื้อได้ที่บริษัทของเรา ไม่นานนักบริษัทของเราก็เป็นที่รู้จักของชาวบ้านชาวเมืองอย่างแพร่หลาย การเรียกชื่อบริษัทของเราก็เรียกกันสั้นๆ เป็นที่รู้กัน เช่น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไพศาลวิทยา ก็จะเรียกว่า “ร้านไพศาล” บริษัท นิววิทยาเซ็นเตอร์ จำกัด ก็จะเรียกกันเพียงว่า “ร้านนิว” หรือ “ร้านนิววิทยา”

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ

            ความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้น ประการสำคัญที่สุดก็คือตัวผู้บริหารเอง ต้องเรียนรู้หลักการบริหารที่ดีและนำมาใช้ให้ถูกจังหวะและเวลา ต้องสนใจและเอาใจใส่ต่อธุรกิจของตนเองและตลาดการแข่งขัน ประการสำคัญที่ขาดไม่ได้ถัดมาก็คือ พนักงาน ลูกค้า สินค้า การตลาดและการบริการ โดยนำมาผสมผสานกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว เดินไปด้วยกัน เดินไปพร้อมกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการของบริษัทอย่างแท้จริง

การตอบแทนสังคม

              คุณวิทยา วิรารัตน์ แสดงความคิดเห็นในเรื่องสังคมว่าสังคมเป็นศูนย์รวมของกิจการต่างๆ สังคมอยู่ได้กิจการก็อยู่ได้ เมื่อเราทำมาค้าขายมีรายได้พอจะจุนเจือสังคมบ้างก็ควรจะตอบแทนสังคมเพื่อความอยู่รอดทั้งสองฝ่าย จุดแรกที่เรามองเห็นก็คือนักเรียน จากการติดต่อค้าขายกับโรงเรียนและสถานอนุบาลต่างๆ ทำให้ผมเกิดความคิดที่จะช่วยเหลืออะไรสักอย่างหนึ่ง ในที่สุด ผมกับเพื่อนนักธุรกิจทั้งในจังหวัดศรีสะเกษและกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนจังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่น่าปลื้มใจว่าในการจัดตั้งมูลนิธิฯ ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นผู้มอบโล่เกียรติคุณให้เป็นกำลังใจ ทำให้เราดำเนินงานสงเคราะห์นี้ติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๒๕ ปี มูลนิธิฯ ยังคงดำรงอยู่และจะดำรงตลอดไป

               ผมได้ซื้อเครื่องกระตุ้นหัวใจ ราคา ๒๑๐,๐๐๐ บาท ด้วยเงินส่วนตัวบริจาคให้แก่โรงพยาบาลศรีสะเกษ เมื่อเร็วๆ นี้สมาคมผู้ค้าหนังสือและเครื่องเขียนไทยได้บริจาคเงินจำนวน ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท จัดซื้อรถนั่งล้อเลื่อนและอุปกรณ์ต่างๆ มอบให้แก่กระทรวงศึกษาธิการเพื่อแจกให้เด็กนักเรียนพิการไว้ใช้เป็นส่วนตัว

                  การจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนและส่วนราชการ ผมมีส่วนร่วมบริจาคเงินสมทบตามสมควรทุกครั้ง ในด้านศาสนา ผมก็บริจาคเงินทำบุญร่วมกับบุคคลอื่นๆ อยู่เสมอ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สังคมสามารถดำรงอยู่ได้นอกเหนือจากการช่วยเหลือของทางราชการโดยตรง

ตำแหน่งทางสังคมและทางราชการ

              ผมมีโอกาสเข้าร่วมงานของสังคมและทางราชการมากมาย อาทิ กรรมการสมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย นายกสโมสร ไลออนส์จังหวัดศรีสะเกษ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสามัญศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนอนุบาล ศรีสะเกษ รองประธานกรรมการในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดศรีสะเกษ (กรอ.จังหวัดศรีสะเกษ) ฯลฯ

                  ความภาคภูมิใจในตำแหน่งประธานกีฬายกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษก็คือ ทีมยกน้ำหนักจังหวัดศรีสะเกษในความอุปถัมภ์ของผมสามารถส่งนักกีฬายกน้ำหนักไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกปี ๒๐๐๔ ในนามทีมชาติไทย จนนางสาววันดี คำเอี่ยม นักศึกษาจากศรีสะเกษได้รับเหรียญทองแดงเป็นเกียรติแก่ประเทศไทยอย่างยิ่ง

วิถีชีวิตทางการงานและครอบครัว

              การดำรงตนของคนเรานั้น ที่สำคัญมี ๒ ประการ คือ การงานและครอบครัว ตามประวัติของผมจะพบว่ามีตำแหน่งทางการงานหลายตำแหน่งและล้วนแต่เป็นตำแหน่งระดับผู้นำหลายคนอาจถามว่าเมื่อเราถูกการงานรัดตัวมากมาย เราจะมิทอดทิ้งให้ครอบครัวขาดความอบอุ่นหรือ? ผมใคร่เรียนว่าผมได้แบ่งเวลาหรับการงานและสำหรับครอบครัว เมื่ออยู่ในครอบครัว ผมจะไม่นำเรื่องการงานใดๆ มาทำลายเวลาที่อยู่กับครอบครัวเลย ภรรยาของผมซึ่งก็มีตำแหน่งทางธุรกิจในบริษัทแห่งหนึ่งเช่นกันมีความเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี 

ผมมีบุตรสาว ๕ คน คนโตเรียนสำเร็จปริญญาโท คนที่สองเรียนสำเร็จปริญญาโทและกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก คนที่สามสำเร็จระดับปริญญาโท คนที่สี่กำลังเรียนระดับปริญญาตรี ส่วนคนสุดท้ายกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทุกคนมีความประพฤติเรียบร้อย ตั้งใจเรียนเป็นอย่างดี ผู้ที่แต่งงานมีครอบครัวก็อยู่ด้วยกันอย่างผาสุก ไม่มีปัญหาใดๆ แต่อย่างใด วิถีชีวิตของผมจึงกล่าวได้ว่าราบรื่นดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกิจของผมนั้น ได้รับการยกย่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษโดย มอบปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้ เมื่อปี ๒๕๔๙ ซึ่งผมถือว่าเป็นเกียรติยศแก่ผมอย่างยิ่ง

การศึกษาสนับสนุนธุรกิจ

                ดังที่ได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมได้รับประสบการณ์ด้านการค้าขายจากการช่วยน้าสาวและน้าชายขายสินค้าโชห่วย และจากการช่วยบิดามารดาขายสินค้าประเภทหนังสือแบบเรียน เครื่องเขียน และอุปกรณ์การศึกษา เป็นประสบการณ์ตรงที่สร้างสรรค์ชีวิตของผมให้เติบโตในวงการธุรกิจ แต่การเรียนไม่มีวันสายดังที่มีสุภาษิตกล่าวไว้ เมื่อธุรกิจของผมมั่นคงดีแล้ว ผมก็ปลีกเวลาหาโอกาสเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท วิชาที่อาจารย์สอนให้ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อธุรกิจที่ดำเนินการอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการต่างๆ ที่เรียนมา อาทิ การบริหารงานในแนวราบโดยไม่ใช้การบริหารงานในแนวดิ่งเหมือนแต่ก่อน ทำให้เราสามารถบริหารธุรกิจของเราอย่างเป็นระบบและระเบียบซึ่งส่งผลให้ธุรกิจมีความเป็นสากลมากขึ้น

วิสัยทัศน์ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

                 ผมมีโอกาสได้เป็นกรรมการหอการค้าไทยซึ่งเป็นหอการค้าที่ทำงานระดับประเทศ ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันบ่อยๆเพื่อเผยแพร่ความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจของไทยแก่บรรดานักธุรกิจทั่วไป ความเชื่อมั่นทางธุรกิจในขณะนี้ขึ้นอยู่กับการเมืองสำคัญที่สุด หากการเมืองไม่นิ่ง ผู้บริโภคจะขาดความเชื่อมั่น อย่างไรก็ดี ถ้ามองภาพรวมในปัจจุบัน การเมืองไทยมีแนวโน้มที่พอจะทำให้ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ อนึ่ง นอกเหนือจากความนิ่งทางการเมืองแล้ว ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของไทยดีขึ้นก็คือราคาน้ำมันและค่าเงินบาท หากราคาน้ำมันลดลงและค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเศรษฐกิจของไทยจะแข็งแกร่งมากขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศเร็วขึ้น

สำหรับนักธุรกิจ  SME

            สิ่งแรกที่คุณต้องคำนึงถึงคือความไม่ท้อต่อปัญหาหรือการแข่งขันทางธุรกิจ  มองต้นทุนของตนเอง  ความต้องการของผู้บริโภคและความเคลื่อนไหวทางการตลาด  ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือทำเลหรือสถานที่ตั้งร้านค้าต้องอยู่ในละแวกที่มีผู้คนผ่านไปมาเป็นประจำ  คุณภาพของสินค้าและบรรจุภัณฑ์จะช่วยให้ได้เปรียบต่อคู่แข่งขัน  อุปนิสัยใจคอของคุณเองต้องซื่อสัตย์  ขยัน  เจรจาดีและหมั่นหาความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้ธุรกิจของตนให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์ซึ่งจะช่วยให้สามารถรองรับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกโอกาส

คติในการทำงาน

            วันนี้คืออดีตของพรุ่งนี้  จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด

               หมายความว่า

            สิ่งที่เราทำในวันนี้จะเป็นรากฐานของวันต่อไป  นั่นก็คือ  เราต้องวางรากฐานที่ดีในปัจจุบันเพื่อให้เกิดผลดีในอนาคต

Last Update : 23 / 5 / 2008
กลับหน้าหลัก
Copyright 2000-2008 by Businesswise Co., Ltd.
www.bwth.com / www.job-ed.com